รีวิว (Review) Samsung Galaxy S10 | S10+

รีวิว (Review) Samsung Galaxy S10 | S10+ ยอดเรือธงแห่งทศวรรษ กับฟีเจอร์จัดหนักที่สุดในรอบ 10 ปี! ด้วยจอ Infinity-O Dynamic AMOLED HDR+ ผสานระบบสแกนนิ้ว Ultrasonic, กล้อง AI Triple Camera มุมกว้างแบบ Ultra Wide ผสานกล้องหน้า Dual Pixel, ชิปเซ็ต Exynos 9820 ผสาน RAM สูงสุด 12GB + ROM สูงสุด 1TB, แบตเตอรี่ Wireless PowerShare, ลำโพงคู่ AKG และรองรับ Wi-Fi 6 บนตัวเครื่อง Metal Glass โฉมใหม่ที่ไม่กลัวน้ำ และความร้อน

กลับมาพบกันอีกครั้งกับการรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดโดยทีมงาน Thaimobilecenter สำหรับสมาร์ทโฟนทั้ง 2 เครื่องที่เรานำมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันในวันนี้ก็คือ Samsung Galaxy S รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี ได้แก่ Galaxy S10 และ S10+ ซึ่งถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมดให้สมกับเป็นเรือธงแห่งทศวรรษ ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก, จอแสดงผล, หน่วยประมวลผล, กล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง, แบตเตอรี่, หน่วยความจำ, ระบบ AI และอีกมากมาย จนมีกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร น่าประทับใจขนาดไหน และคุ้มค่าเงินที่จ่ายออกไปหรือไม่ เชิญไปติดตามกันต่อในรีวิวฉบับเต็มได้เลยครับ

เมื่อมาดูที่ด้านหน้าตัวเครื่องของ Galaxy S10 กับ S10+ ก็จะพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปจาก S9 กับ S9+ ค่อนข้างชัดเจนครับ นั่นคือเปลี่ยนมาใช้หน้าจอแบบ Infinity-O ซึ่งมีการเจาะรู หรือ Hole Punching ที่มุมขวาบนของหน้าจอ

สงครามมือถือตอนนี้ยังคงดุเดือดและกำลังเริ่มมีการเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอีกรอบเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้น Samsung Galaxy S10 ก็เป็นอีกรุ่นที่ปล่อยของใหม่ๆ ออกมาเพียบ เรียกว่าจัดเต็มกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เคยปล่อยออกมาเลยก็ว่าได้ รีวิว Galaxy S10 | S10+ ก็จะเน้นประสบการณ์ใช้งานล้วนๆ ซึ่งผมเองก็ถือมาจนมันชินมือไปแล้วเรียบร้อย แต่จะขอบอกเล่าความรู้สึกตั้งแต่แรกที่ใช้งานกันเลย ว่าต้องทนกับอะไรมาในช่วงแรก และอะไรที่ทำมือถือรุ่นนี้น่าสนใจ

ดีไซน์ตัวเครื่อง
อย่างแรกที่ทุกคนเห็นแน่นอนว่าต้องเป็นหน้าตาและดีไซน์ของมัน มองผ่านๆ แว่บแรก แม้มันจะดูคล้าย Galaxy S รุ่นก่อนๆ แต่อย่างนึงที่ต้องสะดุดตาแน่นอนคือหน้าจอที่ใหญ่ และขอบจอด้านบนนั้นบางเฉียบกว่าเดิม

Infinity O คือชื่อเรียกหน้าจอชนิดใหม่นี้ (Galaxy S10+ นี่มันควรจะเรียกว่า Infinity OO มากกว่า) กับจอ Super AMOLED เจาะรู แรกๆ มันก็ขัดหูขัดตานิดหน่อย แต่ไม่นานก็ชินไปเอง เหมือนตอนที่เราต้องปรับตัวกับจอติ่งนั่นแหละ แต่บางคนก็บอกวาแบบนี้มันดูล้ำกว่า แต่ส่วนตัวผมว่ามันไม่ต่างอะไรเท่าไหร่ ซึ่งหากถามว่ากล้องที่อยู่บนรูนั้นมันกินพื้นที่ไหม ปกติแล้วการเปิดแอปเต็มจอหรือเกมนั้นจะมีการเว้นแถบดำให้กับส่วนของกล้องอยู่แล้ว คือมันจะดำไปทั้งแถบ แต่ในบางแอปเช่นเวลาดูหนังอันนั้นมีสิทธิ์จะโดนบังได้หากขยายเต็มจอ

ส่วนหน้าจอ Dynamic AMOLED ต่างหากที่น่าจะเป็นไฮไลท์ เพราะตอนแรกที่เห็นจอแบบยังไม่รู้สเปคอะไรเลยก็รู้สึกว่ามันแตกต่าง คือมันดูนิ่ง มันดูเนียนตาแบบอธิบายไม่ถูก แต่เอาเป็นว่าผมชอบ dynamic display มากกว่า infinity o

ส่วนขนาดของตัวเครื่อง S10+ นั้นจริงๆ มันก็พอๆ กับ Galaxy Note 9 ครับ ความกว้างและสูงต่างกันนิดเดียว แต่ S10+ บางกว่า ด้วยความบางของมันแน่นอนว่าจับถือง่ายสบายมือกว่าเดิม แต่มันทำให้เกิดปัญหาอย่างนึงตามมาคือ อุ้งมือเราจะไปแตะโดนขอบจอได้ง่ายขึ้น ทั้งตัวผมเองรวมถึงคนที่ได้ลองก็บ่นคล้ายๆ กัน บางคนก็บอกว่าเหมือนตัวป้องกันระบบสัมผัสขอบโค้งจอมันไม่ดีเหมือนรุ่นก่อนๆ ซึ่งในรุ่น Galaxy S10 เราก็เจอปัญหานี้เหมือนกัน แม้ตัวเครื่องจะมีขนาดเล็กกว่า

ปัญหาขอบจอนี่เบื้องต้นพอใส่เคสเข้าไปแล้วมันช่วยได้ระดับนึงครับ แต่คนที่ไม่ชอบใส่เคสน่าจะต้องทนรออัพเดทแก้ไขปัญหานี้กันต่อไป อีกประเด็นที่ขอบ่นต่อ เรียกว่าบ่นมาตั้งแต่ตอนพรีวิวแล้วคือปุ่มมันสูงเกินไป จะสูงไปไหน นี่จะสุดขอบจอบนอยู่แล้ว ซึ่งปัญหานี้จะไม่เกิดหากใช้ระบบสแกนนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า เพราะมันไม่ต้องเอื้อมนิ้วไปให้ถึงปุ่มเปิดเครื่อง

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน
ส่วนของฟีเจอร์และการใช้งานต่างๆ อันนี้ผมว่าการมาของ One UI นั้นทำให้การใช้งานโดยรวมดูดี ลื่นขึ้น แต่ก็เป็นอีกจุดนึงที่ต้องเรียนรู้เพิ่ม เพราะปรับหน้าตาและการเรียกหลายๆ ฟังก์ชั่นใหม่ หลักๆ ที่หลายได้ คนงงกันคือการเปิด Multi windows และ Pop up view ที่ต้องเรียกจากหน้า Recent App หรือ Overview ขึ้นมาแล้วไปแตะบน icon แอป เรียกว่าใช้รูปแบบเดียวกับระบบ Android Pie หรือเดินตามรูปแบบของ Google นั่นเอง

RAM ที่ให้มาเยอะถึง 8GB นั้นจริงๆ เกินพอสำหรับแอปมือถือแล้ว แต่ก็ถือว่าไปข่วยในส่วนของ Samsung DEX แทน ซึ่งถ้าใครใช้ประจำจะรู้สึกว่ามันดีกว่าเดิม

สเปคและการเล่นเกม
ชิปเซ็ตและพลังประมวลนั้น Exynos 9820 นั้นหากเทียบกับ Snapdragon 855 ในการประมวลผลหรือทำการทดสอบบางอย่างนั้นก็มีผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะบ้าง ในแง่ของความเป็นชิปเรือธงแล้ว ชื่อชั้นถือว่าใกล้เคียงกันได้อยู่

ส่วนการเล่นเกมนั้นชิประดับนี้ไม่มีปัญหาอะไร (ดูในคลิปได้ช่วงนาทีที่ 12 เป็นต้นไป) แต่ส่วนใหญ่ CPU นั้นจะถูกตั้งค่าให้เหมาะกับการใช้งานทั่วไป และประหยัดพลังงานในระดับนึง หากใครที่เป็นสายเกมจริงจังอยากรีดพลังออกมาแบบสุดๆ ก็ต้องไปตั้งค่าเพิ่มใน Game Launcher