รีวิวหนัง: Last Christmas เมื่อคุณได้รับโอกาสที่สอง

รีวิวหนัง: Last Christmas เมื่อคุณได้รับโอกาสที่สอง คริสต์มาสเทศกาลแห่งของขวัญและความสุขของปีนี้ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ได้เวลาพบกับหนังที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาลนี้ในโรงภาพยนตร์เรื่องแรกกัน Last Christmas ชื่อไทยก็ตรงๆ ตัวเลยครับ ลาสต์ คริสต์มาส เรื่องราวของหญิงสาวผู้ได้รับชีวิตใหม่

หญิงสาวที่ทำงานเป็นเอลฟ์ในร้านขายขวัญที่ได้เจอกับหนุ่มหล่อผู้เป็นแรงบันดาลใจของเธอ กับผลงานการกำกับของ Paul Feig (แห่ง A Simple Favor, Ghostbusters และ Spy) ร่วมงานกับสองนักแสดงนำที่หลายคนคุ้นเคย

เรื่องย่อหนัง ‘ลาสต์คริสต์มาส’

เคท (Emilia Clarke) สาวน้อยที่ทำงานเป็นเอลฟ์ สวมชุดเขียวๆ ขายของขวัญคริสต์มาสในร้านที่มีเจ้าของร้านเป็นซานต้าหญิง (Michelle Yeoh) ชีวิตในลอนดอนของเธอในวันนี้ยังไม่ใช่ชีวิตที่เธออยากเป็น เพราะเคทพยายามทุกวิถีทางที่ได้มีอาชีพที่เธอฝัน

มิวสิคัลที่ไหนมีอออดิชัน เธอก็พยายามเข้าไปออทุกที่ด้วยความชอบในการร้องเพลง แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่เจอที่ไหนจะรับเธอสักที

แท้จริงแล้ว เคทเคยป่วยหนักจนเธอได้รับโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ดูเหมือนชีวิตที่สองของเธอจะยังไม่มีอะไรที่ทำให้เธอมีความสุขเลย เธอยังคงเป็นเอลฟ์ในร้าน ออดิชันยังไม่เคยผ่าน และเป็นสาวปาร์ตี้ขี้เมาไปเรื่อยเปื่อย

จนวันหนึ่ง เธอได้เจอกับหนุ่มหน้าเอเชียนาม ทอม (Henry Golding) ที่เข้ามาแบบผลุบๆ โผล่ๆ ในชีวิตของเคท มาทำให้หัวใจของเอลฟ์น้อยๆ ต้องสั่นไหว มาทำให้ชีวิตที่สองของเธอเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ในเรื่องนี้ เอมีเลีย คลาร์ก ได้เล่นเป็นสาววัย 26 ที่ได้รับชีวิตใหม่ แม้จะได้ทำงานอยู่ในร้านขายของขวัญคริสต์มาสที่ดูเป็นชีวิตที่น่าจะมีความสุข แต่เธอกลับไม่ชอบใจมัน เพราะความรักในการร้องเพลงทำให้เฝ้าเวียนวนไปออดิชันหวังจะผ่านเข้าไปรับบทในมิวสิคัลที่ใฝ่ฝัน แต่ก็ต้องผิดหวังมาทุกที แต่ละค่ำคืนผ่านไปกับการแอลกอฮอล์

เอมีเลีย เธอเล่นเป็นหญิงสาวที่พูดไวพูดมากจนอ่านซับแทบไม่ทัน มีความน่ารักในคาแรคเตอร์แบบนี้ของเธออยู่ในนั้น ยิ่งเมื่อได้เจอกับ มิเชล​ โหย่ว ที่เป็นเจ้าของร้านชาวเอเชียที่พูดจาสำเนียงแปลกๆ ในร้านที่ขายแต่ของขวัญวันคริสต์มาส มันดูเป็นร้านที่น่ารัก น่าทำงานจะตาย แต่กลับกลายเป็นว่านางเอกดันไม่อยากทำซะงั้น

เหตุผลหนึ่งที่เธอเลือกจะเป็นสาวปาร์ตี้ บางทีก็ไปนั่งกินเหล้าคนเดียวในบาร์ อาจเพราะเธอรู้สึกไร้ค่า เธอไม่สมหวังในสิ่งที่ใฝ่ฝัน ไม่มีใครมองเห็นความสามารถของเธอ แต่ดูดีๆ คนที่มองเห็นมันก็มีอยู่นะ ซานต้าเจ้าของร้านนั่นไง ขนาดเธอทำเลินเล่อแค่ไหน ซานต้าก็ยังให้โอกาสกับเธออยู่เสมอ

เมื่อเธอได้เจอกับทอมที่เข้ามาในวันเปื่อยๆ ของเธอ มันทำให้โลกของเธอสดใสขึ้นทันตา เขาพาเธอไปพบกับสถานที่หนึ่ง ที่ที่เลี้ยงดูคนไร้บ้าน ทำให้เธอได้พบตัวตนอีกด้านหนึ่งที่อาจซุกซ่อนในตัวเอง

อันที่จริง ตัวเธอเองก็ทำตัวไม่ต่างจากคนไร้บ้านสักเท่าไหร่ เธอเร่ร่อนนอนบ้านคนโน้นคนนี้ไปทั่ว มีเซ็กซ์แลกกับที่นอนก็ยังเคย ทำตัวเรื่อยเปื่อยอย่างมากมาย ไม่ใสใจสักนิดว่าชีวิตครั้งหนึ่งเธอเกือบตายเพราะป่วยหนัก ก่อนจะได้รับโอกาสใหม่ในการมีชีวิต แต่กลับใช้มันอย่างไร้คุณค่าอย่างนี้เนี่ยนะ

แต่เธอชายหนุ่มคนนั้น คนที่มาๆ หายๆ คนนั้น ชักพาให้เธอไปเจอที่ใหม่ๆ ชักจูงความคิดใหม่ๆ ให้เข้ามาในชีวิตของเธอ เธอเริ่มทำเพื่อคนอื่น

แม้จะเรื่องราวของหนังมันจะดูไม่แข็งแรงนัก จุดเชื่อมโยงอาจจะทำได้ไม่แนบเนียนพอ จุดที่ทำให้นางเอกกลายเป็นคนที่ทำเพื่อคนอื่นอาจจะยังไม่แจ่มชัดและจับต้องได้มากเพียงพอ แต่หนังมันพาให้เราน้ำตาไหลเมื่อเรื่องราวมันเดินไปถึงจุดเฉลย

ทั้งเรื่องของหนัง เขาพยายามแทรกใส่บทเพลงทั้งดังและไม่ดังของ George Michael ด้วยเพราะตัวนางเอกก็ชื่นชอบในศิลปินนักร้องคนนี้มาก ทั้งเนื้อหาบางส่วนของเพลง ‘Last Christmas’ ก็ถูกขยายถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นในเทศกาลแห่งความสุขปีนี้

แต่แน่นอนว่า คงไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้จักทุกเพลงของเขา แต่เพลงสุดท้าย คนดูต้องเคยได้ยินอย่างแน่นอน

หนังยังใส่โลเกชั่นสวนน้อยๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจกลางเมือง เป็นที่หลบพักของผู้คนที่ดิ้นรนอยู่ในสังคม พวกเขาไม่ได้มีหน้ามีตา และอาจไม่มีอาชีพและชีวิตที่น่าเชิดชูมากมายนัก แต่พวกเขาก็คือส่วนหนึ่งของสังคม

และหนังก็มีจุดเล็กจุดน้อยให้หยิบมาฉุกคิด พูดถึงความรักของคนเพศเดียวกัน พูดถึงครอบครัวที่ระหกระเหินมาจากบ้านเมืองอื่น

ชีวิตของนางเอกก็อาจจะคล้ายกับชีวิตของใครหลายคน มีความฝันแต่ไม่เคยไปถึงจุดนั้น บางครั้ง เราก็อาจจะมองแต่จุดที่ไกลตา หลงลืมไปว่า เราอาจสุขอยู่ได้กับปัจจุบัน เพียงทำตัวเพื่อคนอื่นในจุดที่เราทำได้แค่นั้นเราก็ไขว่คว้าความสุขมาเก็บกอดได้แล้ว ทั้งยังทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินทองมากมาย ไม่จำเป็นต้องรอให้ได้ชีวิตใหม่